แชร์

เปรียบเทียบ JBL PartyBox 710 vs 720 ต่างกันยังไง รุ่นใหม่คุ้มกว่าแค่ไหน | AV Value

logo_AV_Ori_bg.jpg ADMIN : AV VALUE
อัพเดทล่าสุด: 20 ม.ค. 2026
79 ผู้เข้าชม

เปรียบเทียบ JBL PartyBox 720 vs PartyBox 710 ต่างกันตรงไหน รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?

เมื่อพูดถึง ลำโพงปาร์ตี้พลังสูงจาก JBL ที่โดดเด่นทั้งเรื่องพลังเสียงและเอฟเฟกต์แสงไฟสุดเร้าใจ ชื่อของ JBL PartyBox 710 และรุ่นใหม่อย่าง JBL PartyBox 720 มักถูกยกขึ้นมาเปรียบเทียบอยู่เสมอ เพราะทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานปาร์ตี้ งานสังสรรค์ และกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพเสียง ฟีเจอร์การใช้งาน หรือความคุ้มค่าในระยะยาว วันนี้จะมาเปรียบเทียบให้เห็นเลยครับว่าต่างกันยังไงบ้าง ?

 

เลือกหัวข้อที่คุณต้องการ

 

 

เปรียบเทียบ Spec


 JBL PartyBox 710

 JBL PartyBox 720

บลูทูธ Bluetooth 5.1 Bluetooth 5.4
กำลังขับ 800 W RMS 800 W RMS
ความถี่ 35 Hz – 20 kHz

32 Hz – 20 kHz

ดอกลำโพง

 

ดอกลำโพงวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว 2 ดอก 
และทวีตเตอร์ขนาด 2.75 นิ้ว 2 ดอก

2 x 216mm (8") woofer,
2 x 70mm (2.75") tweeter

 

ดอกลำโพงวูฟเฟอร์ขนาด 9 นิ้ว 2 ดอก 
และทวีตเตอร์ขนาด 1.25 นิ้ว 2 ดอก

 2 x 243 mm (9") woofers, 
2 x 30 mm (1.25") dome tweeters

แบตเตอรี่ x เวลาชาร์จแบต : 3 hr.
ระยะเวลาใช้งาน : up to 15 hr.*
การกันน้ำ IPX 4 IPX 4
การเชื่อมต่อ True Wireless Speaker (TWS 2 ตัว) Aura Cast (เชื่อมต่อได้หลายตัว)
แอปพลิเคชั่น JBL Partybox App JBL Partybox App

ช่องเชื่อมต่อ

- AUX IN

 

 

 

 

USB-A

    x

USB-C

 

Mic In

6.35 mm. จำนวน 2 ช่อง  XLR , 6.35 mm. จำนวน 2 ช่อง

Guitar

   

ขนาด

15.70" x 35.60" x 17.20 16.38” x 37.1” x 16.0”

น้ำหนัก  (W x H x D)

27.80 kg.  31 kg.

 

 

เปรียบเทียบดีไซน์


JBL PartyBox 710 JBL PartyBox 720
ด้านหน้าลำโพง JBL PartyBox 710 หน้าลำโพง JBL PartyBox 720 หน้าลำโพง
ด้านบนลำโพง
ด้านหลังลำโพง JBL PartyBox 720 : มาพร้อมแบตเตอรี่ในตัว
ล้อลำโพง

  

พลังเสียงและคุณภาพเสียง

 จุดเด่นที่เหมือนกัน

  • ทั้ง JBL PartyBox 720 และ JBL PartyBox 710 มาพร้อมพลังเสียง JBL Original Pro Sound ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ JBL ให้เสียงดังทรงพลัง คมชัด มีมิติ และให้เสียงเบสที่นุ่มลึก เหมาะสำหรับการใช้งานในงานปาร์ตี้และกิจกรรมต่าง ๆ

  • JBL PartyBox 720 มีกำลังขับ 800 วัตต์ ซึ่งเท่ากับ JBL PartyBox 710 ให้พลังเสียงดังและทรงพลังในระดับเดียวกัน


 จุดแตกต่างที่น่าสนใจ

  • ความแตกต่างของเทคโนโลยี
    » บลูทูธ :  JBL PartyBox 720 มาพร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth เวอร์ชัน 5.4 ที่ทันสมัยกว่า ให้การเชื่อมต่อที่เสถียรและรองรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ได้ดีกว่า ขณะที่ JBL PartyBox 710 ใช้ Bluetooth เวอร์ชัน 5.1 ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่เก่ากว่า

    » AI Sound Boost : JBL PartyBox 720 มาพร้อมระบบ AI Sound Boost ช่วยให้เบสลึก เสียงดังชัดไม่แตก เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ ในขณะที่ PartyBox 710 ไม่มีฟีเจอร์นี้ แต่ยังคงให้พลังเสียงที่หนักแน่นตามสไตล์ PartyBox

  • ระบบเชื่อมต่อลำโพงหลายตัว
    » Auracast™ : PartyBox 720 รองรับการเชื่อมต่อ Auracast™ สามารถเชื่อมต่อลำโพงหลายตัวพร้อมกันได้ 
    » TWS : PartyBox 710 รองรับการเชื่อมต่อแบบ TWS สำหรับจับคู่ลำโพง 2 ตัว เพื่อสร้างเสียงสเตอริโอซ้าย–ขวา

    อัปเดตล่าสุด Auracast™ และ TWS สามารถเชื่อมต่อกันแบบไร้สายได้แล้ว โดยผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าและเชื่อมต่อลำโพงได้ง่าย ๆ ผ่าน แอปพลิเคชัน JBL PartyBox ทำให้การใช้งานสะดวกและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

  • ความแตกต่างของ ขนาดวูฟเฟอร์ : JBL PartyBox 720 มาพร้อมดอกวูฟเฟอร์ขนาด 9 นิ้ว 2 ดอก ให้พลังเบสลึกและหนักแน่นกว่า ขณะที่ JBL PartyBox 710 ใช้ดอกวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว 2 ดอก ให้เสียงดังทรงพลัง แต่เบสน้อยกว่าเล็กน้อย
  • ความแตกต่างของ ขนาดทวีตเตอร์ : JBL PartyBox 720 มาพร้อมทวีตเตอร์ขนาด 1.25 นิ้ว จำนวน 2 ดอก ขณะที่ JBL PartyBox 710 ให้ทวีตเตอร์ขนาดใหญ่กว่า 2.75 นิ้ว จำนวน 2 ดอก
     
    * ความแตกต่างของ ขนาดทวีตเตอร์ส่งผลต่อ ลักษณะเสียงแหลมและการกระจายเสียง ดังนี้
    » JBL PartyBox 720 (ทวีตเตอร์ 1.25 นิ้ว x2) : ด้วยการออกแบบทวีตเตอร์ขนาดเล็กลงและการจูนเสียงที่ทันสมัย ช่วยให้เสียงแหลมมีความคมชัด รายละเอียดสูง โฟกัสเสียงร้องและเครื่องดนตรีได้ดี เสียงฟังสบาย ไม่บาดหู เหมาะกับการฟังเพลงต่อเนื่องและการใช้งานในพื้นที่กว้าง

    » JBL PartyBox 710 (ทวีตเตอร์ 2.75 นิ้ว x2) : ให้เสียงแหลมที่มีพลังและความพุ่งสูง ถ่ายทอดความดังได้ชัดเจน การกระจายเสียงทำได้ดีไม่แพ้กัน

 

แบตเตอรี่และความคล่องตัว

  • JBL PartyBox 710 : เป็นลำโพงที่ต้องใช้งานร่วมกับแหล่งจ่ายไฟตลอดเวลา เนื่องจากไม่มีแบตเตอรี่ในตัว เหมาะสำหรับการใช้งานภายในอาคาร หรือสถานที่ที่มีปลั๊กไฟพร้อมใช้งาน

  • JBL PartyBox 720 : มาพร้อมแบตเตอรี่ในตัวจำนวน 2 ก้อน ช่วยให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและคล่องตัวยิ่งขึ้น และหากต้องการแบตเตอรี่สำรองเพิ่มเติม ยังสามารถเลือกซื้อ JBL Battery 600 มาใช้งานเสริมได้ เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานกลางแจ้งหรือเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาปลั๊กไฟตลอดเวลา

ระบบไฟปาร์ตี้และการควบคุม

  • การควบคุมแสงไฟ : ทั้งสองรุ่น มีระบบ ไฟ LED แสดงผลตามจังหวะเพลง ที่ปรับความสว่างและรูปแบบสีได้ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศปาร์ตี้ได้อย่างมีชีวิตชีวา
    » PartyBox 710 : มีโหมดไฟที่ปรับได้ผ่านปุ่มบนตัวเครื่องและผ่านแอป JBL PartyBox เช่น ไฟกะพริบ ไฟแฟลช และรูปแบบอื่น ๆ ที่ซิงค์กับเสียงเพลง
    » PartyBox 720 : สามารถควบคุมระบบไฟผ่าน แอป JBL PartyBox ได้เช่นกัน โดยดีไซน์ไฟมีลูกเล่นที่สวยงามและหลากหลายมากขึ้น พร้อมเอฟเฟกต์ไฟแบบใหม่ที่แสดงผลบริเวณ ขอบล่างของตัวลำโพง ช่วยเสริมบรรยากาศปาร์ตี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

 

ช่องเชื่อมต่อ

  • ช่องไมโครโฟน / กีตาร์ 
    » PartyBox 710 :  รองรับการใช้งานได้ทั้ง ไมโครโฟน 2 ช่องพร้อมกัน หรือ ไมโครโฟน 1 ช่องร่วมกับกีตาร์ 1 ช่อง โดยต้องใช้หัวแจ็คขนาด 6.35 มม. (1/4 นิ้ว)
    » JBL PartyBox 720 : ได้รับการอัปเกรดด้านการเชื่อมต่อ เพิ่มความยืดหยุ่นด้วย ช่องต่อแบบ XLR ควบคู่กับ ช่อง 1/4 นิ้ว (6.35 มม.) จำนวน 2 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อไมโครโฟนและกีตาร์ หรือ DJ Console พร้อมกัน พร้อมระบบเลือกโหมด MIC หรือ Guitar เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละรูปแบบ

     XLR และหัวแจ็ค 6.3 มม. (TRS / TS) ต่างกันยังไง ? 

    "XLR" เป็นการเชื่อมต่อแบบ Balanced เหมาะสำหรับงานเสียงมืออาชีพ รองรับการใช้สายยาว ให้คุณภาพเสียงคมชัด สัญญาณรบกวนต่ำ แข็งแรงทนทาน เหมาะกับไมโครโฟน มิกเซอร์ และระบบเสียงเวที

    "หัวแจ็ค 6.3 มม. (TRS / TS)"  นิยมใช้กับเครื่องดนตรีทั่วไป เช่น กีตาร์หรือคีย์บอร์ด ใช้งานง่าย พกพาสะดวก และราคาประหยัด แต่เมื่อใช้สายยาวอาจมีสัญญาณรบกวนได้มากกว่า XLR อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ใช้งานจำนวนมากหันมาเลือกใช้  ไมโครโฟนไร้สาย << คลิกที่นี่เพื่อดูสินค้าเพิ่มเติม ซึ่งสามารถให้คุณภาพเสียงที่ดีและเสถียรไม่แพ้การเชื่อมต่อแบบสาย


  • USB / USB-C
    » USB : Partybox 710 : รองรับ พอร์ต USB-A 

     USB charge out: ให้พลังไฟออก 5V / 2.1A สำหรับชาร์จอุปกรณ์ เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต
     USB format: รองรับการอ่านไฟล์เพลงจากแฟลชไดรฟ์ในรูปแบบ FAT16 / FAT32

     » USB-C : Partybox 720 : รองรับ พอร์ต USB-C
     โดยสามารถใช้เชื่อมต่อเพื่อเล่นไฟล์เพลงผ่าน smart phone ได้ รองรับการอ่านไฟล์จากแฟลชไดรฟ์ในรูปแบบ FAT16 / FAT32 ด้วย
     สามารถจ่ายไฟออก (USB-C Charge Out) ผ่านมาตรฐาน PDO / PPS ซึ่งให้การจ่ายไฟออกในระดับต่าง ๆ (5V / 9V / 15V / 20V) 
     รองรับการอ่านไฟล์จากแฟลชไดรฟ์หัว USB-C ในรูปแบบ USB format: FAT16, FAT32 Supported formats: .MP3, .WAV, .FLAC

  • Daisy Chain รองรับทั้ง 2 รุ่น
    Daisy Chain คือ การเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายตัว แบบต่อพ่วงเรียงกันเป็นทอด ๆ โดยใช้สายสัญญาณ AUX ส่งสัญญาณจาก Partybox ตัวแรกไปยัง Partybox ตัวถัดไป ซึ่งสามารถต่อได้หลายตัว ทำให้ลำโพงทั้งหมดทำงานพร้อมกัน วิธีการเชื่อมต่อแบบนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานร่วมกับ ไมโครโฟน เพราะช่วยให้เสียงจากไมโครโฟนถูกส่งออกไปยัง ลำโพง PartyBox ทุกตัวพร้อมกัน

  • AUX IN รองรับทั้ง 2 รุ่น
    AUX IN  (Auxiliary Input) คือ
    ช่องรับสัญญาณเสียงเข้าแบบสาย (Analog)  ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือเครื่องเล่นเพลง เข้ากับลำโพงหรือเครื่องเสียง ผ่านสายแจ็ค 3.5 มม. จุดเด่นคือ เสียงเสถียร ไม่ดีเลย์ และไม่ต้องพึ่ง Bluetooth เหมาะกับการฟังเพลง ดูหนัง หรือใช้งานต่อเนื่อง

 

สรุป เลือกรุ่นไหนดี?

  • PartyBox 710 เหมาะกับใคร
    - ใช้งานกับที่ หรือ ใช้กับสถานที่ที่มีไฟฟ้าเข้าถึง เพราะ รุ่นนี้ไม่มีแบตเตอรี่มาให้ 

  • PartyBox 720 เหมาะกับใคร
    - งานกลางแจ้ง / ปาร์ตี้นอกสถานที่
    - ต้องการความคล่องตัว ไม่ง้อปลั๊กไฟ

logo_AV_Ori_bg.jpg
ADMIN : AV VALUE
บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ